View Full Version: เสียง

Seniorthai > Thai Category > เสียง


Title: เสียง
Description: ในภาษาไทย


admin - August 10, 2009 02:05 PM (GMT)



เสียงในภาษาไทย



เสียงในภาษาไทย


user posted image


เสียงในภาษา หมายถึง เสียงที่มนุษย์เปล่งออกมาเพื่อสื่อความหมายระหว่างกัน ซึ่งการที่เสียงในภาษาจะเกิดขึ้นได้นั้น
ก็ต้องอาศัยอวัยวะต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดเสียง สำหรับอวัยวะที่ทำให้เกิดเสียง ได้แก่ ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก ฟัน ลิ้น เพดานปาก ลิ้นไก่ กล่องเสียง หลอดลม และปอด

เสียงในภาษาไทย มี ๓ ชนิด คือ 

๑.) เสียงสระ หรือเสียงแท้ 

๒.) เสียงพยัญชนะ หรือเสียงแปร 

๓.) เสียงวรรณยุกต์ หรือเสียงดนตรี 


๑.) เสียงสระ หรือเสียงแท้ คือ เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอโดยตรง ไม่ถูกสกัดกั้นด้วยอวัยวะส่วนใดในปาก แล้วเกิดเสียงก้องกังวาน และออกเสียงได้ยาวนาน ซึ่งเสียงสระในภาษาไทยแบ่งออกเป็น

สระเดี่ยว มีจำนวน ๑๘ เสียง โดยสระเดี่ยว แบ่งออกเป็น 

สระเสียงสั้น (รัสสระ) ได้แก่ อะ อิ อึ อุ เอะ แอะ โอะ เอาะ เออะ 

สระเสียงยาว (ทีฆสระ) ได้แก่ อา อี อื อู เอ แอ โอ ออ เออ 
-
สระประสม มีจำนวน ๖ เสียง โดยสระประสม แบ่งออกเป็น 

สระเสียงสั้น (รัสสระ) ได้แก่ 
เอียะ เกิดจากการประสมของ สระอิ + สระอะ 
เอือะ เกิดจากการประสมของ สระอึ + สระอะ 
อัวะ เกิดจากการประสมของ สระอุ + สระอะ 

สระเสียงยาว (ทีฆสระ) ได้แก่ 
เอีย เกิดจากการประสมของ สระอี + สระอา 
เอือ เกิดจากการประสมของ สระอื + สระอา 
อัว เกิดจากการประสมของ สระอู + สระอา

นอกจากเสียงสระทั้ง ๒๔ เสียงนี้แล้ว ยังมีรูปสระอีก ๘ รูป ที่ไม่รวมอยู่ในเสียงข้างต้น ซึ่งสาเหตุที่มันไม่ถูกรวมอยู่ด้วยก็เพราะ สระเหล่านี้มีเสียงซ้ำกับเสียงแท้นั่นเอง แถมยังมีเสียงพยัญชนะประสมอยู่ด้วย สำหรับสระ ๘ รูปจำพวกนี้เรียกว่า สระเกิน ได้แก่ อำ ไอ ใอ เอา ฤ ฤๅ ฦ ฦๅ

สระเกินทั้ง ๘ รูปนี้ ครูนำมาแจกแจงให้ดูว่าเกิดจากเสียงสระอะไร ประสมกับเสียงพยัญชนะอะไรบ้าง

อำ = อะ + ม (เกิดจากเสียงสระอะ ผสมกับเสียงพยัญชนะ ม.ม้า)

ไอ = อะ + ย (เกิดจากเสียงสระไอ ผสมกับเสียงพยัญชนะ ย.ยักษ์) 

ใอ = อะ + ย (เกิดจากเสียงสระใอ ผสมกับเสียงพยัญชนะ ย.ยักษ์)

เอา = อะ + ว (เกิดจากเสียงสระเอา ผสมกับเสียงพยัญชนะ ว.แหวน)

ฤ = ร + อึ (เกิดจากเสียงพยัญชนะ ร.เรือ ผสมกับเสียงสระอึ)

ฤๅ = ร + อื (เกิดจากเสียงพยัญชนะ ร.เรือ ผสมกับเสียงสระอี)

ฦ = ล + อึ (เกิดจากเสียงพยัญชนะ ล.ลิง ผสมกับเสียงสระอึ)

ฦๅ = ล + อื (เกิดจากเสียงพยัญชนะ ล.ลิง ผสมกับเสียงสระอี)


๒.) เสียงพยัญชนะ หรือเสียงแปร คือ เสียงที่เปล่งออกมาจากลำคอ แล้วกระทบกับอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งในปาก เช่น คอ ปุ่มเหงือก ฟัน ริมฝีปาก ซึ่งทำให้เกิดเป็นเสียงต่าง ๆ กัน โดยพยัญชนะไทยมี ๒๑ เสียง ๔๔ รูป 


๓.) เสียงวรรณยุกต์ หรือเสียงดนตรี ก็คือ เสียงสระ หรือเสียงพยัญชนะ ซึ่งเวลาเปล่งเสียงแล้วเสียงจะมีระดับสูง ต่ำ เหมือนกับเสียงดนตรี สำหรับเสียงวรรณยุกต์ที่ใช้ในภาษาไทยมี ๕ เสียง





การออกเสียงพยัญชนะ


การออกเสียงพยัญชนะมักจะออกเสียงไม่ค่อยถูกทั้งเสียงพยัญชนะต้นที่เป็น
พยัญชนะเดี่ยวและพยัญชนะควบกล้ำ
นอกจากนี้การออกเสียงสระวรรณยุกต์และเสียงหนัก
เบาก็เป็นเรื่องสำคัญเพราะมักจะออกเสียงไม่ถูกต้อง
ทำให้การสื่อความหมายมีปัญหาได้ 
การออกเสียงพยัญชนะ สระวรรณยุกต์ และเสียงหนักเบา

ขอให้พิจารณาในเรื่องต่อไปนี้



๑. การออกเสียงพยัญชนะต้น ซึ่งเป็นพยัญชนะเดี่ยว พยัญชนะที่มักจะออกเสียง
ไม่ค่อยจะถูกต้องมีอยู่หลายเสียงที่สำคัญคือ ช/ซ/ร/ล/


/ช/ เสียงชอ เป็นเสียงพยัญชนะกักเสียดแทรก คือจะมีการกักลมก่อนที่ลมจะ
เสียดแทรกออกมา การออกเสียง /ช/ นี้ลิ้นส่วนปลายจะยกขึ้นจดเพดานแข็งส่วนหน้า 
เมื่อลดลิ้นส่วนปลายลงเล็กน้อย กระแสลมจะระเบิดออกมาในลักษณะที่มีการเสียดแทรก 
ขณะออก เสียงจะมีกลุ่มลมออกมาด้วย เกิดเป็นเสียง /ช/ เช่นคำว่า ช่วง เช้า ช้าง ชวน 
ชื่นชม แต่มีบางคนออก เสียง/ช/ เป็นเสียงเสียดแทรก ฟังคล้ายเสียง /sh/ในภาษาอังกฤษ 
ซึ่งในภาษาไทยไม่มีเสียงนี้


/ซ/ เสียงซอ เป็นเสียงเสียดแทรกผ่านลิ้นส่วนปลายที่ยกใกล้ปุ่มเหงือก ขณะที
ออกเสียงเส้นเสียงจะอยู่ห่างกัน เช่นคำว่า ส่อง แสง เสริม สอง สาม ซาบซึ้ง เสริมสร้าง 
ซูซ่า แต่บางคนออก เสียง /ซ/ เสียดแทรกคล้ายกับเสียง /s/ ในภาษาอังกฤษ



user posted image



/ร/ เสียงรอ เสียงในภาษาไทยเสียงนี้เมื่อออกเสียงลิ้นส่วนปลายจะสะบัดผ่านปุ่ม
เหงือกอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว ขณะที่ออกเสียงเส้นเสียงจะสั่นสะเทือน ลมจะพุ่งออกมา
ทางช่องปากเหนือลิ้น เชน คำว่า เรา รวดเร็ว ร่าเริง รื่นรมย์ แต่มีบางคนสะบัดปลายลิ้น
กระทบปุ่มเหงือกเร็ว ๆ หลายครั้งจนกลายเป็นเสียงรัว ซึ่งไม่ใช่เสียง /ร/ ในภาษาไทย ปัจจุบัน
มีคนไทยจำนวนไม่น้อยไม่ระวังการออกเสียง /ร/ ให้ถูกต้อง ออกเสียงเป็นเสียง /ล/ 
ซึ่งนอกจาก จะไม่น่าฟังและอาจทำให้ความหมายของคำผิดไปได้


/ล/ การออกเสียง ลอ นั้นลิ้นส่วนปลายแตะปุ่มเหงือกและกักลมไว้กระแสลมผ่าน
ออกทางข้างลิ้น ขณะออกเสียงเส้นเสียงสั่นสะเทือน เช่นคำว่า ลอยลม เลิกรา ลวดลาย 
ปกติจะออกเสียง /ล/ ได้ถูกต้อง แต่ที่มักจะผิดพลาด คือการออกเสียง /ล/ แทนเสียง /ร/



๒. การออกเสียงพยัญชนะต้นที่เป็นพยัญชนะควบกล้ำ


การออกเสียงคำควบกล้ำนั้นเรามักจะออกเสียงไม่ถูกต้อง คือ ไม่ออกเสียงตัว
ควบกล้ำ เช่น คำว่า ไกล มีตัว ล ลิง ควบกล้ำแต่เราอ่านหรือพูดมักจะออกเสียงเป็น ไก ทั้งนี้
เพราะผู้อ่านไม่ได้เอาใจใส่ไม่ให้ความสำคัญ อาจคิดว่าโดยทั่วไปบริบทหรือถ้อยคำอื่นๆ ที่
แวดล้อมจะช่วยให้เข้าใจความหมายได้ถูกต้อง แต่บางครั้งผู้ฟังก็อาจจะไม่เข้าใจความหมาย
และเมื่อออกเสียงพยัญชนะควบกล้ำไม่ชัดเจนจะทำให้ถ้อยคำที่อ่านหรือพูดไม่น่าฟัง ทำให้เสีย
บุคลิกภาพของผู้อ่านหรือผู้พูดได้

คำควบกล้ำของไทย มี ๑๕ รูป ๑๑ เสียง 
คำควบกล้ำที่เรามักจะออกเสียงผิดมีอยู่มาก เช่น


กลัว ออกเสียงเป็นกัว

ตรี ออกเสียงเป็นตี

เปลี่ยนแปลง ออกเสียงเป็น เปี่ยนแปง


นอกจากนี้ยังมีบางคนออกเสียงพยัญชนะที่มีตัว ร และ ล สับสนกันเช่น


เกร็ดความรู้ ออกเสียงผิดเป็น เกล็ดความรู้
 บิดพลิ้ว ออกเสียงผิดเป็น บิดพริ้ว

ยัง มีคำซ้อนหลายคำ ซึ่งคำหนึ่งมีพยัญชนะต้นควบ ร อีกคำหนึ่ง
มีพยัญชนะต้น
 ควบ ล มักมีผู้ออกเสียงเหมือนกันทั้ง ๒ คำ


ครอบคลุมออกเสียงผิดเป็น คลอบคลุม หรือ ครอบครุม

พลัดพรากออกเสียงผิดเป็น พลัดพลาก หรือ พรัดพราก

คลุมเครือกับครุมเครือ ออกเสียงผิดเป็น คลุมเคลือ

คำว่าคลุมเครือกับ ครุมเครือ เป็นคำซ้อนที่มีความหมายเหมือนกัน 
แต่ออกเสียงต่างกัน จึงต้องออกเสียงให้ถูกตามรูปคำที่ปรากฏ ไม่อ่านผิดเป็นคลุมเคลือ

การฝึกออกเสียงคำควบกล้ำอย่างสม่ำเสมอ จะสามารถออกเสียงได้ถูกตัองชัดเจน
จึงจำเป็นต้องฝึกให้มาก
ตัวอย่างคำที่พยัญชนะควบกล้ำ


กร เช่น กราก กราบ เกรียงไกร

กว เช่น กว้าง กวาง แกว่ง

ขร เช่น ขริบ ขรึม ขรุขระ

พร เช่น พระ พรั่งพร้อม แพรวพราว

ปล เช่น ปลา ปลอบ ปลอม







* Hosted for free by zIFBoards